greenery.

เชฟตูตู ชายผู้หลงใหลการทำครัวตลอดชีวิต

153 Views

อาหารอาจเป็นแค่เครื่องหล่อเลี้ยงกายในฐานะปัจจัยสี่ แต่หากมองลงไปอย่างลึกซึ้ง อาหารคือประสบการณ์ คือความทรงจำที่ก่อร่างสร้างตัวเราขึ้นมา จากเด็กชายในครอบครัวที่ทำอาหารกินเองเกือบทุกมื้อ มีความสุขสนุกสนานในทุกมื้ออาหาร วันนี้ตูตู-ปภัสสร ณ เชียงใหม่ ได้กลายเป็นผู้ส่งมอบความสุขแก่ผู้คนผ่านอาหารแสนอร่อยในร้านเล็กร่มครึ้มใต้ต้นไม้ใหญ่ชื่อ Food For You จังหวัดเชียงใหม่ ที่อาหารทุกจานผ่านการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างดีและสร้างสรรค์มาเพื่อคุณเท่านั้นจริงๆ

ความรัก อาหาร ความทรงจำ

เรื่องเล่าของเล่าของตูตู ชวนให้ฉันคิดถึงละครเรื่อง เมโกะ ยอดหญิงยอดเชฟ ที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อทำร้านอาหารอย่างดี สมาชิกครอบครัวได้กินอาหารดีและอร่อยทุกมื้อ บ่มเพาะให้เธอกลายเป็นคนช่างกินและมีความสุขกับการส่งมอบความรักผ่านอาหาร ฉันเคยคิดว่านั่นมันแค่ในละคร ไม่คิดว่าจะได้เจอคนคนนั้นในชีวิตจริง คนที่บอกว่าทุกมื้ออาหารที่บ้านล้วนเต็มไปด้วยความสุข

“ที่บ้านเราจะกินมื้อกลางวันและมื้อเย็นด้วยกัน เรามีหน้าที่ตั้งโต๊ะ พ่อทำอาหาร แม่มีแก้ว จาน ช้อน ผ้ารองจาน เราเห็นแล้วอยากจัดโต๊ะสวยๆ จากหน้าที่จัดโต๊ะ เริ่มไปช่วยเตรียมของทำอาหาร เริ่มลองทำ โดยแต่ละวัน ทุกคนจะมีหน้าที่ เช่น วันนี้ล้างจาน พรุ่งนี้เตรียมของ สลับกับพี่สาว แล้วมันสนุกตรงที่ทุกวันศุกร์และเสาร์ พ่อกับแม่จะพาไปกินข้าวนอกบ้าน ไปกินร้านอาหารดีๆ อร่อยๆ กินเสร็จเขาจะถามเราว่าอยากทำไหม มาหัดทำเอง เป็นคล้ายๆ กิจวัตรที่ไปกินอาหารแล้วต้องกลับมาทำให้ได้เหมือนที่ไปกินมา”

“อีกอย่างที่สนุกมากคือพ่อชอบหาอาหารแปลกๆ มาให้กิน อย่างตอน ป.1 พ่อทำทงคัตสึให้กิน ตอนนั้นในเชียงใหม่ไม่มีอาหารญี่ปุ่นเลย พ่อก็สรรหามาทำให้กินได้ เขาจะสอนเราโดยให้เราช่วย เป็นการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง แล้วครอบครัวญาติอยู่ใกล้ๆ กัน 4 ครอบครัว มีโอกาสจัดงานบ่อยๆ ด้วย เรายิ่งได้เรียนรู้ อย่างไปร้านนางนวล (ภัตตาคารอาหารขนาดใหญ่ริมแม่น้ำปิง เป็นร้านเดียวที่นำวัตถุดิบอาหารโดยเฉพาะอาหารทะเลมาวางโชว์หน้าร้าน ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว-ผู้เขียน) นี่ตื่นเต้นมาก เพราะเป็นร้านเดียวที่เราจะได้เห็นวัตถุดิบหลากหลายก่อนเอาไปปรุง มันกระตุ้นความรู้สึกอยากลองทำ ประสบการณ์วัยเด็กที่ผ่านมาจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก”

“อยากกินอะไรก็ทำเอง เริ่มจากที่ง่ายๆ ก่อน แล้วทำซ้ำๆ พอกินอาหารนอกบ้าน เจอเมนูที่ชอบ ก็คิดว่าเขาทำยังไงนะ เอามาลองทำดูให้ได้ใกล้เคียงที่สุด มันคือโอกาสการพัฒนาตั้งแต่เป็นเด็ก เทคนิควิธีเป็นเรื่องที่มาปรับเปลี่ยนตอนโต”

การที่ครอบครัวทำอาหารกินเองอยู่เสมอ บ่มเพาะให้ความรู้สึก “ทำกินเองอร่อยกว่ากินนอกบ้าน” หยั่งรากในใจของเขา ประสบการณ์การเรียนรู้อาหารที่หลากหลาย มีพื้นที่ให้ทดลองทำจริง ยิ่งส่งเสริมให้หลงใหลในงานครัว กล้าทดลองทำสิ่งใหม่โดยไม่มีข้อจำกัดและไม่เคยหยุดเรียนรู้

ขาดครัวเหมือนขาดใจ สู่การค้นพบใหม่ในตัวเอง

เมื่อเติบโตขึ้น ตูตูทำงานเป็นพนักงานต้อนรับในสายการบินซึ่งเป็นโอกาสของการเปิดโลกการเรียนรู้เรื่องอาหารให้มากกว่าเดิมผ่านการเดินทาง แต่ขณะเดียวกัน เขาก็โหยหาถึงวิถีในห้องครัวที่ตัวเองรัก

“ตอนทำงานเป็นสจ๊วต เราได้เดินทางไปหลายประเทศ มีโอกาสกินอาหารต่างชาติและเริ่มคิดถึงการทำอาหารกินเอง ถามว่าไปซื้อกินเองได้ไหม ..ได้ แต่มันไม่อร่อยสำหรับเรา ไม่เหมือนทำเอง ยังไงก็อร่อยกว่า แรกๆ เราพกแค่หัวแร้งต้มน้ำร้อน คิดว่าถ้ามันต้มน้ำร้อนได้ มันต้องทำอาหารได้ คราวนั้นอยู่อินเดีย ไปซื้อผัก ซื้อไก่มาทำอาหาร ต้องทำในห้องน้ำเพราะเสียบปลั๊กง่าย ใช้ก๊อกน้ำง่าย เราชวนเพื่อนมากินข้าวที่ห้อง เสิร์ฟสเต๊กไก่ราดน้ำเกรวี่กับผักลวกในจานสวยงาม เพื่อนก็อึ้งกันไปตามๆ กันว่าทำอาหารจากตรงไหน อุปกรณ์อะไรก็ไม่มี” หนุ่มใหญ่เล่าด้วยรอยยิ้ม “ตอนนั้นเริ่มเห็นตัวเองว่าคงชอบทางนี้จริงๆ เพราะทันทีที่คิดจะทำอาหาร เราเห็นหน้าตาของอาหารที่เสร็จแล้ว ตั้งแต่ก่อนลงมือทำ ภาพมันจะปรากฏขึ้นมาก่อน ทุกครั้งที่ต้องทำอาหาร ไม่เคยรู้สึกว่ายากเลย พอทำอาหารกันบ่อยครั้งเข้าก็เริ่มซื้อเตาไฟฟ้า กระทะไฟฟ้ามาใช้ และทำอาหารกันจริงจังมากขึ้นตอนที่ไม่ต้องบิน กินกับเพื่อนๆ มันสนุก เป็นความสุข ได้เป็นตัวเรา แบบที่เติบโตมาจากครอบครัวที่สอนให้เราทำอาหาร เป็นอย่างนี้อยู่เป็นนาน จนในที่สุดจึงตัดสินใจไปทำงานร้านอาหารที่ออสเตรเลีย”

เขาเลือกสะสมประสบการณ์การทำอาหาร ทั้งการเป็นเชฟเทปันยากิในร้านอาหารญี่ปุ่น และช่วยคุณป้าที่เป็นประธานสมาคมคนไทยในออสเตรเลียจัดงานเลี้ยงรับรองอยู่บ่อยครั้ง ก่อนไปช่วยเพื่อนทำร้านอาหารไทยในอเมริกา ทั้งหมดล้วนเป็นการเพิ่มพูนทักษะความชำนาญให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น และเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ค้นพบตัวเองได้ชัดเจน 

“การทำอาหารให้คนในครอบครัวกิน เป็นความสุขที่มีความหมาย”

“ตอนอยู่ออสเตรเลีย ป้ามีลูก 4 คน ชอบทำอาหาร ทำอาหารกินเองเกือบครบทุกมื้อ บางครั้งยังไม่ทันได้กินมื้อที่อยู่ตรงหน้าเลย แต่ทุกคนก็จะถามกันแล้วว่า ‘พรุ่งนี้กินอะไรดี’ แล้วพอไปช่วยเพื่อนที่อเมริกา เขาบอกว่าอยากทำอะไร ทำเลย เราเลยสั่งวัตถุดิบที่อยากทำมาทดลอง ออกแบบเมนูใหม่ๆ ลองเสิร์ฟแบบใหม่ๆ ทำให้ได้เรียนรู้การลองผิดลองถูก มีนักเรียนไทยที่ไปเรียนปริญญาโทคอยชิมและช่วยให้ฟีดแบค จนชัดเจนว่าตัวเองชอบทำอาหารแบบไหน การทำอาหารแล้วมีคนกินเป็นเรื่องสำคัญ เขาจะบอกเราเองว่าอาหารของเราเป็นยังไง” 

Food For You อาหารที่ปรุงเฉพาะสำหรับคุณ

ปี 2546 ปภัสสรตัดสินใจกลับมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ในบ้านของตัวเองชื่อว่า Food For You เป็นชื่อที่สื่อสารเรียบง่ายแบบเดียวกับคุณค่าที่เขายึดถือในใจ มีโต๊ะแค่สองสามโต๊ะ เปิดอาทิตย์ละไม่กี่วัน ได้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนกินข้าวบ้านเพื่อน หากรู้สึกเป็นคนพิเศษด้วยการบริการอย่างประณีตและพิถีพิถัน ในร้านไม่มีเมนู หากยึดถือวัตถุดิบคุณภาพที่มีในแต่ละวันเป็นสำคัญ เสิร์ฟในจานขนาดใหญ่ทีละจาน ในสมัยนั้นเชียงใหม่ยังไม่มีร้านอาหารแนวเชฟเทเบิลส์เลย  Food For You จึงเปรียบดั่งหมุดหมายแรกๆ ของการสร้างวัฒนธรรมการกินอาหารแบบใหม่ เสิร์ฟทีละจาน หมดแล้วจึงเสิร์ฟจานต่อไป ต่างก็เพียงว่าไม่ได้เสิร์ฟจานเล็กให้ทุกคน แต่เสิร์ฟจานใหญ่ให้คนบนโต๊ะได้สนทนาและแบ่งปันอาหารรวมทั้งความสุขซึ่งกันและกัน เป็นร้านอาหารที่ใครได้มาลองกินแล้ว จะต้องคิดถึงและอยากพาคนที่ตัวเองรักมาในครั้งต่อไปให้ได้ เพราะสัมผัสได้ถึงความรักและใส่ใจในอาหารนั้น

“สิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของ Food For You คือการบริการ สมัยก่อนตอนทำร้านแรกๆ เรามารับลูกค้าเอง นำเสนอเมนู ทำอาหารเอง เสิร์ฟเอง เน้นการคัดเลือกวัตถุดิบอาหารอย่างดี อยากให้ลูกค้ารู้ว่าอาหารดี วัตถุดิบดี บริการดี กินเสร็จแล้วรู้สึกสมบูรณ์แบบ เลยยิบย่อยกับรายละเอียดมาก เช่น ช้อนต้องมีน้ำหนักดี แก้วต้องเป็นแบบก้านจับ มีผ้ารองแก้ว วางแล้วไม่ดัง ไม่ทิ้งคราบน้ำไว้บนโต๊ะ ซึ่งคิดว่าดีที่เราเริ่มต้นการทำงานด้วยมาตรฐานสูงแบบนั้น แม่เคยบอกว่าทุกครั้งที่ทำงาน เราต้องให้เกียรติตัวเองและให้เกียรติลูกค้าด้วย ซึ่งลูกค้าสามารถรับรู้ความพิถีพิถันเหล่านั้นได้”

อาหารของ Food For You โดดเด่นที่การคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี เน้นความสดใหม่ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นอาหารแนว Asian Mix เพราะมีประสบการณ์ทำอาหารหลากหลายแนว อาหารยอดนิยมที่ฮิตตลอดกาลได้แก่ พล่าแซลมอน โป๊ะแห้ง ทะเลโหระพากรอบ ปลาผัดพริกไทยดำ สลัดเป็ดกรอบ ฯลฯ บางครั้งก็มีเมนูพิเศษเมื่อได้วัตถุดิบเฉพาะที่น่าสนใจมา ลูกค้าคนไหนอยากกินอะไรเป็นพิเศษ สามารถร้องขอหรือแจ้งไว้ล่วงหน้าก่อนวันมาใช้บริการได้เลย Food For You จึงเป็นร้านที่เกิดมาเพื่อรับใช้ความต้องการของลูกค้าโดยแท้

“มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งมากินบ่อยมาก กินจนครบทุกเมนูแล้ว วันหนึ่งเขาถามว่าวันนี้มีเมนูพิเศษไหม เรานึกได้ว่ามีมังคุดกับเนื้อปูก้อนอยู่ เลยทำยำมังคุดเนื้อปูไปให้ ปรากฏว่าลูกค้าชอบมาก รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานและหอมเนื้อปู ทุกวันนี้เมนูนี้กลายเป็นเมนูยอดฮิตที่ใครๆ ก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีอีก เพราะวัตถุดิบต่างๆ เราเลือกใช้ตามฤดูกาลจริงๆ

“เวลาทำอาหารเราจะคิดตลอดว่าจานนี้ของใคร กำลังทำให้ใครอยู่ วันนี้คุณมากับแม่เหรอ หั่นให้ชิ้นเล็กลงหน่อย แม่จะได้กินสะดวก เราปรับทุกอย่างตอนลงมือทำเพื่อให้เป็นอาหารเฉพาะสำหรับคุณจริงๆ “

“เราไม่คาดหวังอะไรเลย นอกจากให้เขากินแล้วอร่อย ทุกครั้งที่ตั้งใจปรุงอาหารให้ใคร เราอยากให้เขาได้รับความรู้สึกนี้ อยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าพี่ตูตั้งใจทำให้กิน เป็นความรู้สึกใส่ใจ เราทำอาหารด้วยความสุข dish of love, serve with happiness. อาหารคือสิ่งที่เรามีความสุขที่ได้ทำ แล้วส่งต่อ มันเลยเป็นอาหารในแบบที่ลูกค้าเรียกว่าเป็นของเชฟตูตูคนเดียว เราคิดว่าทุกคนที่มากินอาหาร สามารถพบความรู้สึกที่เราใส่ไปในนั้นได้ มันเลยเป็นความสุขมากๆ ของคนทำอาหาร ชีวิตนี้ทำอาหารแล้วมีความสุข คนกินมีความสุข แค่นี้ก็พอแล้ว”

ลูกค้าหลายคนใช้บริการร้าน Food For You มาตั้งแต่ยุคแรกที่ยังเป็นหนุ่มน้อยสาวน้อย จนวันนี้ต่างมีทายาทตัวจิ๋วกันแล้วก็ยังหอบหิ้วครอบครัวกันมา เป็นความรักความสัมพันธ์อันยาวนานที่ยืนยันความรักผ่านมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี แม้จะผ่านการเดินทางที่เปลี่ยนผ่านมาหลายปี มีล้มลุกคลุกคลานบ้างบางขณะ แต่ตลอดเวลา 23 ปีที่ยึดการทำอาหารเป็นอาชีพ ปภัสสรยังคงทำอาหารด้วยความสุขเสมอ ปัจจุบันเมนูอาหารในร้านยังมีการเพิ่มเติมอาหารไทยโบราณเข้ามาเป็นวาระโอกาสด้วย อาทิ พะแนง มัสมั่นเนื้อ อบเนื้อพุ่งหลาว มะกรูดลอยแก้ว ฯลฯ เขาว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยสืบสานและอนุรักษ์ความเป็นไทยเอาไว้ให้คงอยู่ต่อไป

“ครอบครัวภรรยามีสูตรอาหารไทยโบราณเยอะ เราลองมาทำในแบบของเรา โบราณอาจใช้วิธีนี้ เรามาดัดแปลงวิธีการที่ทำให้เร็วขึ้นแต่ได้รสชาติเหมือนเดิม อย่างเช่น อบเนื้อพุ่งหลาว สูตรโบราณจะใช้เนื้อชิ้นใหญ่ คำว่าพุ่งหลาวคือการเอาไม้เสียบ ทำให้สุกด้วยการทอดแล้วกึ่งตุ๋นกึ่งอบด้วยเตาถ่านเพื่อให้เนื้อนุ่ม รสชาติอมหวานหน่อย กินกับสับปะรด เราคิดวิธีการใหม่โดยเอาเนื้อมาเสียบไม้ ทอดแล้วอบ ได้รสชาติเหมือนเดิม แต่ลดเวลาลงเพราะขนาดชิ้นเนื้อเล็กลง เหมาะกับหนึ่งเสิร์ฟและเพิ่มซอสราดเข้าไป เดิมอาจต้องทำข้ามคืน เราใช้เตาถ่านเหลือประมาณสามชั่วโมงครึ่ง  

“ความรู้สึกสนุกกับทุกอย่างมันสำคัญ เราเลยไม่เหนื่อย ไม่ได้คิดว่ายุ่งยาก สิ่งที่มีในใจเสมอคือไม่มีอะไรยาก ทุกอย่างเราทำได้อยู่แล้ว พอคิดแบบนี้อะไรก็เป็นไปได้หมด สิ่งที่ยากอย่างเดียวคือการไม่เริ่มทำ เสน่ห์ของอาหารโบราณคือความตั้งใจ ความใส่ใจทั้งหมดในนั้น ตั้งแต่แกะหอมกระเทียม เป็นความประณีตที่ไม่ได้คิดว่าแค่ทำให้เสร็จๆ ไป คงคล้ายกับเวลาที่เราทำอาหาร คือเห็นภาพอาหารที่เสร็จแล้ว รู้ว่าจะทำให้ใครกิน

“อาหารไทยโบราณวนเวียนอยู่กับการใช้วัตถุดิบแถวบ้าน มีความสดใหม่ ทุกวันนี้แม้เราจะดัดแปลงวิธีการ แต่จะไม่ลืมเรื่องพื้นฐานเหล่านี้เลย”

ชีวิตที่พร้อมส่งต่อความสุข

นอกเหนืองานหลักคือการทำอาหารแล้ว ปภัสสรยังแบ่งเวลาเพื่อแบ่งปันความรู้ในการทำอาหารให้กลุ่มคนต่างๆ ตั้งแต่ระดับทูตานุทูตที่มาเยือนเชียงใหม่ กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ในท้องถิ่น เรื่อยไปจนถึงเด็กตัวเล็กตัวน้อย

“สำหรับเราการทำอาหาร เราทำเพื่อตัวเอง ไม่คิดว่าต้องแข่งกับใคร ซึ่งวันนี้เรามีความสุขแล้ว รู้แล้วว่าการประสบความสำเร็จจากการทำอาหารที่ดีเป็นยังไง งานสอนคนอื่นเป็นสิ่งที่เราตั้งใจ ถ้าเราให้เขา เขาไปให้คนอื่นได้อีก ทุกคนก็มีความสุข ยิ่งเวลาสอนเด็กยิ่งมีความสุข การที่ได้เห็นเด็กรู้สึกว่า ‘หนูทำได้’ จากฝีมือของตัวเอง เป็นการปลูกฝังความคิดให้เด็กรู้ว่าในชีวิตนี้ไม่มีอะไรยากเลย คนเราถ้ามีความมั่นใจเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ พอเขาทำได้ เขาจะรู้ว่าไม่มีอะไรยาก อยากพัฒนาประสบการณ์ของตัวเองให้มีค่าและส่งต่อได้ อยากให้คนรู้สึกว่าอาหารเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ทุกคนทำได้ อยากให้คนได้ทำตาม กินแล้วอร่อย ความอร่อยมันคือความสำเร็จที่ทำให้เขาอยากทำต่อไปอีก”

เขาเคยมีโอกาสไปช่วยสร้างสรรค์และออกแบบเมนูอาหารจากวัตถุดิบพื้นถิ่นหลายครั้ง เป็นหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผักพื้นบ้านของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ต่างๆ เป็นทั้งการยกระดับคุณค่าของวัตถุดิบและสร้างความต้องการใหม่ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มองเห็นโอกาสว่าหากสามารถเพิ่มศักยภาพของอาหารให้ใกล้เคียงกับคำว่าเครื่องบำรุงหล่อเลี้ยงสุขภาพได้ก็คงจะดีไม่น้อย

“อนาคตอยากขยายขอบเขตอาหารออกไปในมิติสุขภาพได้มากขึ้น ทั้งการปรับใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นและสิ่งที่เกี่ยวโยงกับสุขภาพ อาจนำเมนูเดิมบางอย่างกลับมา เช่น ยำตะไคร้ ยำขมิ้น อาจลองทำอาหารใหม่ๆ เช่น นำเห็ดการบูรมาทำอาหาร เห็ดนี้มีคุณค่าโภชนาการสูงกว่าเห็ดหลินจือ ลูกค้าบางคนกินไม่ผักก็มากินเป็นที่นี่ อย่างกุ้งพริกเกลือ บางคนไม่กินหอมใหญ่ก็มากินที่นี่ เลยอยากทำให้อาหารมันตอบโจทย์เรื่องนี้ด้วย”

ในฐานะผู้ส่งมอบความสุขผ่านอาหาร ปภัสสรไม่เคยหยุดเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ เขายังคงค้นหาโอกาสของความเป็นไปได้จากอาหารอยู่เสมอ การเป็นผู้ที่มีความทรงจำและประสบการณ์ที่ดีผ่านมื้ออาหารมาก่อน ทำให้เขาอยากให้เด็กๆ เติบโตมาด้วยความทรงจำแบบนั้น การสอนเด็กทำอาหารเองเป็นวิถีทางหนึ่ง หากอีกหนึ่งสิ่งที่เขาหวังอยู่ลึกๆ ในใจคือทำให้คนหันกลับมาทำอาหารกินเองในครอบครัวมากขึ้น  

“อาหารเป็นความทรงจำและทุกอย่างเริ่มต้นที่ครอบครัว อยากให้คนรู้สึกดีกับการทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะทักษะความรู้เป็นเรื่องที่เสริมกันได้ อยากให้คนรู้ว่าการทำอาหารเป็นเรื่องง่ายๆ “

ทุกวันนี้ที่ร้าน เด็กหลายคนชอบเข้ามาอยู่ในครัว เข้ามาได้เลย เราจะไม่ใช้คำว่า ‘อย่านะ ห้ามนะ’ แต่ก็ควบคุมเด็กได้ มันทำให้เขากล้า ไม่กลัวที่จะลงมือทำ ที่นี่เป็นเตาฟู่ เด็กบางคนเรียกร้อง ‘ไข่เจียวไฟลุก’ พอไฟพรึบที ก็เสียงดังชอบใจ มันเป็นความทรงจำดีๆ ที่เขาจะมีต่ออาหารและห้องครัว เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้เราก็ทำให้มันดีขึ้นอีกเรื่อยๆ มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ ได้เป็นผู้ให้ เป็นผู้บอกต่อ พร้อมในการทำอาหารสำหรับทุกคน เป็นความรู้สึกที่ดีและไม่เคยเบื่อเลย”

พลังของอาหารจึงไม่ได้อยู่ในเฉพาะกายภาพที่เรามองเห็น หากยังมีความมหัศจรรย์ของความรักซุกซ่อน ก่อเกิดเป็นประสบการณ์และความทรงจำแสนวิเศษ การเติบโตด้วยความรักผ่านมื้ออาหารจึงเป็นเวทมนตร์ที่ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ได้ตั้งแต่ในระดับครอบครัวของเราเอง และความรักนั้นจะหล่อเลี้ยงใจเราไปตลอดทั้งชีวิต

Food For You
ร้าน Food For You อยู่ที่ย่านสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ การเดินทางให้ใช้ถนนเชียงใหม่-แม่ริม เลี้ยวขวาที่สี่แยกกองพันสัตว์ต่าง ขับข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปิง เลี้ยวขวาที่สี่แยกไม่มีไฟแดงทันทีที่ลงสะพาน ขับไปเรื่อยๆ จนเจอแนวต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง เลี้ยวขวาไปทางเดียวกับบ้านสวนเรสซิเดนซ์ ขับเลยไปอีกนิด ร้าน Food For You อยู่ทางขวามือ รับเฉพาะการสำรองที่นั่งล่วงหน้าเท่านั้น
เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.30 -22.00 น.
โทรศัพท์: 092-642-9414
FB: www.facebook.com/foodforyoubycheftutu

ภาพถ่าย: สโรชา อินอิ่ม

 

.

153 Views
Greenery Admin
Greenery Admin
ทีมงาน greenery.org ประกอบไปด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความถนัดในการใช้สื่อร่วมสมัยเพื่อขับเคลื่อนสังคม ผ่านข้อมูลความรู้ แนวคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับโลกรอบตัว

Related Story.

Close Menu